วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

หัวใจนกอินทรี



หัวใจนกอินทรี

ขณะที่ “ชาวไร่” คนหนึ่ง กำลังเดินผ่านบริเวณตีนเขา ชาวไร่คนนั้นก็ได้พบ "ไข่ของนกอินทรี" ฟองหนึ่งตกลงมาจากรังซึ่งอยู่บนหน้าผา เขาเห็นว่าไข่ฟองนั้นยังไม่แตก เขาจึงเก็บไข่ใบนั้นกลับไปที่ไร่ แล้วเขาก็นำไปให้ “แม่ไก่” ตัวหนึ่งที่กำลังกกไข่ของมันลองฟักดู ในไม่ช้า แม่ไก่ก็ฟักจน “ลูกนกอินทรี” ออกมาจากไข่ พร้อมๆกับลูกของมันซึ่งเป็น “ลูกไก่”

ลูก นกอินทรีตัวนั้น จึงเติบโตขึ้นมาพร้อมกับพวกลูกไก่ มันเดินตามแม่ไก่ และพยายามส่งเสียงร้องให้เหมือนลูกไก่ แต่มันก็ทำได้ไม่ดีเอาเสียเลย มันเดินช้างุ่มง่าม เพราะตัวของมันอ้วนใหญ่ และเสียงของมันก็ใหญ่แหบห้าว ไม่ไพเราะเหมือนพวกพี่ๆน้องๆมัน มันพยายามหัดคุ้ยเขี่ยหาอาหาร พวกแมลง และไส้เดือนกิน ใช้ชีวิตไปตามประสาไก่

อยู่มาวันหนึ่ง ในขณะที่ลูกนกอินทรีและพี่น้องไก่ กำลังคุ้ยเขี่ยหาอาหารกินอยู่นั้น แม่ไก่ก็ ส่งเสียงร้องเตือน ให้พวกลูกๆรีบเข้ามาซุกปีกของมัน เพื่อหลบหนีจากภัยร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น

เมื่อมันมองขึ้นไปบนท้องฟ้า มันก็เห็น “นกตัวใหญ่” นกตัวนั้นช่างสง่างาม และน่าเกรงขามยิ่งนัก มันบินถลา...ร่อนอยู่บนเวหาสีคราม อย่างไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งใด

แม่จ๋า... นั่นตัวอะไรจ๊ะแม่ ดูช่างสง่างาม และน่าเกรงขามจังเลย" แม่ของมันจึงตอบว่า
ลูกเอ๋ย... นั่นคือ เจ้าแห่งเวหา หรือ พญาอินทรี ไงล่ะ เจ้าอย่าได้แสดงตัวออกไปท้าทายเด็ดขาด เพราะนอกจากท่านจะสง่างามแล้ว ท่านยังมี “กรงเล็บและจะงอยปากอันแหลมคม” ที่สามารถฉีกเนื้อของเจ้าออกเป็นชิ้นๆได้อย่างง่ายดาย

พอมันเริ่มโตขึ้นเป็น นกอินทรีหนุ่ม เหล่าพี่น้องของมันซึ่งเติบโตขึ้นมาเป็น ไก่หนุ่มไก่สาว ก็ล้วนแล้วแต่มีความคล่องแคล่วปราดเปรียวยิ่งนัก ผิดกับเจ้านกอินทรี ที่ยังคงแลดูอ้วน และอุ้ยอ้ายเช่นเดิม สร้างความขบขันให้กับ บรรดาไก่ทั้งหลาย และถูกล้อเลียนอยู่เนืองนิตย์

มันจึงนึกในใจว่า “ทำไมตัวฉันช่างโชคร้ายเสียจริงๆ ที่เกิดมามีร่างกายที่ใหญ่โตกว่าไก่ตัวอื่นๆ ตัวของฉันนั้นใหญ่โตจนน่าจะเท่ากับ พญาอินทรี แล้ว แต่มันกลับไร้ค่ายิ่งนัก เมื่อเปรียบกับ เจ้าเวหา ผู้ครอบครอบแผ่นฟ้า นี่ถ้าฉันได้เป็น นกอินทรี จริงๆ ก็คงจะดีไม่น้อยทีเดียว เพราะบรรดาไก่ทั้งหลายจะได้ไม่หัวเราะเยาะฉันเหมือนเช่นทุกวันนี้"

ในที่สุด นกอินทรีตัวนั้น ก็ใช้ชีวิตต่อไปดั่งเช่น ไก่ที่อัปลักษณ์ตัวหนึ่ง เติบโต แก่ลง และตายไป ด้วยความหวัง และคำอธิฐานที่น่าสงสารก่อนตายว่า

"เกิดชาติหน้าอีกครั้ง ขอให้เกิดเป็น นกอินทรี เถิด"


จงเชื่อถือและศรัทธาต่อตนเอง

เรา” จะเป็น “ใคร” นั้น สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “รูปลักษณ์ภายนอก” แต่อยู่ที่ “หัวใจของเรา” หัวใจที่ต้อง เชื่อถือศรัทธา ต่อตัวของเราเอง เท่านั้น

เฉกเช่นเดียวกันกับ “ลูกนกอินทรี” ที่ถึงแม้ว่า ร่างกายภายนอก ของมัน จะเป็น พญาอินทรีที่ยิ่งใหญ่ แล้วก็ตาม แต่เมื่อมันไร้ซึ่ง หัวใจของพญาอินทรี แล้ว มันก็ไม่มีวันที่จะกลายเป็น พญาอินทรี เจ้าแห่งเวหาได้

สิ่งที่เลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ เมื่อ หัวใจของลูกนกอินทรี ยอมรับว่า.. ตัวของมันคือ ไก่อัปลักษณ์ แล้ว มันก็ไม่มีวันที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นได้อีกต่อไป ชีวิตของมันจึงต้องเป็นเช่น ไก่อัปลักษณ์ ไปตลอดชีวิต
ตัวเราเองก็เช่นกัน คงไม่มีใครที่จะสามารถช่วยเหลือเราให้เป็น “คนสำเร็จ” ได้ ความจริงก็คือ เรามี “ร่างกาย” ที่ไม่ได้แตกต่างจากคนสำเร็จคนอื่นๆเลย สิ่งที่เหลือก็เพียง เราต้องเอา “หัวใจของคนสำเร็จ” มาใส่ในตัวของเราให้ได้ เท่านั้น!

หัวใจที่    ศรัทธาในตัวของเราเองอย่างไม่สั่นคลอน

หัวใจที่     เชื่อว่าอย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆว่า เราคือ “คนสำเร็จ” เราคือ “พญาอินทรีที่ยิ่งใหญ่” และเราไม่ใช่ “ไก่อัปลักษณ์” อีกต่อไป

ผมอยากจะบอกกับทุกคนว่า

เราคือ “พญาอินทรี” ไม่ใช่ “ไก่”
จงกางปีกแล้วบินไปบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่เถิด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น